Archives for : ทัวร์พม่า

เที่ยวชมวัดมหากันดายงค์ กับทัวร์พม่า

myanmar-0021

เพื่อที่จะคุณที่ความประสงค์เดินทางไปเที่ยวประเทศพม่า อยากไปให้เกียรติสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ วันนี้ทัวร์พม่า จะอาจพาไปชมวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า เพื่อให้ใครที่เตรียมการกระเป๋าเดินทางไว้แล้วไปเที่ยวกับทัวร์พม่า กันได้เลยจ้ะ

วัดที่ทัวร์พม่า พาท่านๆมาชมมีชื่อว่า วัดมหากันดายงค์ ( Maha Gandayon Monastery ) ซึ่งคือวัดใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะคงจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวมเพื่อจะรับอาหาร พระพุทธมหามุนี (Mahamui Pagoda )ใช่หรือไม่รู้จักกันในนามพระล้างหน้า ที่มีความสวยงามตามศิลปกรรมพม่า ที่มีสภาพเป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านานที่สร้างขึ้นราว ปี พ.ศ. 2327 เป็นสถานที่ที่พิเศษรองจากพระธาตุชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง พระราชวังมัณฑะเลย์ของพระเจ้ามินดงพร้อมด้วยกษัตริย์ สีป่อ พระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้าย พระราชวังมัณฑะเลย์สร้างขึ้นไปสมัยพระราชามินดง Mindon ราชาภิเษกขึ้นคือกษัตริย์ภายหลังจากมีสงครามระหว่างพม่ากับอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2395เวลานั้นเมืองหลวงอยู่ที่ อมรปุระ Amarapura ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2325 พระราชามินดงความหวังที่จะจะจัดหาที่ตั้งของเมืองหลวงที่จะน่าจะสร้างใหม่หลังสงครามเพราะว่าเมืองหลวงเก่าได้ซึ่งผ่านสิ่งร้ายๆมา ประกอบกับการยึดมั่นในขบวนการศูนย์กลางพุทธศาสนา พร้อมทั้งพระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานครบ 2,400 ปี จึงมีรับสั่งให้ทำเมืองหลวงใหม่ให้เป็น “เมืองสีทอง” Golden City ได้ปรึกษากับพระโหราจารย์ พร้อมกับได้ศุภฤกษ์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 โดยได้ติดตั้งศิลาฤกษ์ พร้อมทั้งต่อมาก็ตั้งผังเมือง โดยฝั่งทางตะวันตกนั้นได้นำชีวิตประชาชนสังเวย โดยนำชาย หญิงสาว พร้อมกับเด็กจำนวน 52 ชีวิต ฝังไว้ภายใต้เสาวิธีการเมือง เชื่อว่าวิญญาณของคนเหล่านี้จะอาจปกป้องคุ้มครองเมือง การก่อสร้างเมืองเสร็จเรียบร้อยในปี 2402 ประกอบระยะเวลาในการสร้าง 2 ปี เมืองทำเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส วัดได้ ประมาณ 2,030 เมตร ในแต่ละด้าน พระราชวังตั้งอยู่ตรงกลางจัตุรัส มีกำแพงล้อมรอบโดยมีประตู 12 ด้าน ตามจักราศีพระราชวังโดดเด่นด้วยหอสูง 78 เมตร ซึ่งตั้งคือศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา หลังคาสูงเจ็ดชั้นตกแต่งเช่นกันทองคำเปลว โดยได้สร้างให้สมเกียรติ กับบัลลังค์สิงโตซึ่งใช้ในการรวมพิธีกรรมสำคัญๆ เป็นต้นว่า พิธีKadaw เทิดพระเกียรติ ซึ่งจัดขึ้น 3 ครั้งต่อปี พระราชวังทุกอย่างทำจากไม้ซึ่งนำมาจากวังเดิมที่อมรปุระ พระราชวังตกแต่งเช่นกันไม้แกะสลักเป็นรูปตามเทพนิยาย รูปดอกไม้และป้ายโลโก้ทางโหราศาสตร์ มีหอนาฬิกาที่สร้างจากไม้สักเพื่อจะคือที่สังเกตการณ์ของทหารเพื่อระวังไฟไหม้ กษัตริย์มินดงได้สวรรคตในปี 2421 ต่อมาพระราชวังได้ถูกไฟไหม้วอดวาย ในปี 2488 รัฐบาลพม่าจึงได้บูรณะวังใหม่

ทัวร์พม่าพาคุณละลานตากับอัญมณีที่รัฐคะฉิ่น โมก๊อกและเมืองสู้

Myanmar-011

ขึ้นชื่อว่าอัญมณีแล้วเป็นใครก็ต้องตาลุกวาว วันนี้ทัวร์พม่าจะพาคุณไปเที่ยว 3 สถานที่ ที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการค้นพบอัญมณีล้ำค่าในประเทศพม่า ไม่ว่าจะเป็นหยก ทับทิมและพลอยหลากสี  ว่าแล้วทริปนี้ทัวร์พม่า เลยขอแนะนำให้ลูกทัวร์พกเงินติดกระเป๋าไว้เยอะสักหน่อย  เพราะเชื่อว่าหลายท่านคงอดใจซื้ออัญมณีกลับบ้านไม่ได้แน่นอน

 รัฐคะฉิ่น ดินแดนแห่งหยก

รัฐคะฉิ่น ดินแดนเหนือสุดของประเทศพม่ารอยต่อชายแดนจีนและอินเดีย ใต้ผืนดินแห่งนี้มี หินสีเขียว” (Jade) หรือคนไทยเรียกว่า หยกคุณภาพดีที่สุดในโลกฝังตัวอยู่มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล สีเขียวของหยกจากดินแดนแห่งนี้ไล่เรียงเฉดตั้งแต่เขียวอ่อนไปจนถึงเขียวเข้ม เนื้อหยกละเอียดสะท้อนกับแสงจันทร์ยามค่ำคืน บรรดานักค้นหาหยกในอดีตจะลงมืดขุดหาหยกในคืนที่แสงจันทร์ส่องไปทั่วฟ้าเพื่อให้หยกสะท้อนกับแสงจันทร์ ชาวคะฉิ่น ผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินผืนนี้มานานหลายชั่วอายุคนมองเห็นหินสีเขียว เหล่านี้จนชินตา แต่สำหรับคนภายนอกโดยเฉพาะชาวจีน ชนชาติที่มีความเชื่อเกี่ยวกับหยกมากที่สุดกลับรู้สึกตื่นตาตื่นใจเมื่อได้ค้นพบแหล่งหยกล้ำค่าในรัฐคะฉิ่น และยอมเสี่ยงตายเพื่อเข้าไปตามหาก้อนหินสีเขียวเหล่านี้ชาวจีนเริ่มล่วงรู้ว่ารัฐคะฉิ่นมีขุมทรัพย์หยกล้ำค่าซ่อนอยู่เป็นครั้งแรกประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 13 เมื่อพ่อค้าชาวจีนซึ่งเดินทางเข้าไปค้าขายในพื้นที่ชาวคะฉิ่นบังเอิญหยิบก้อนหินสีเขียวก้อนหนึ่งจากป่าข้างทางขึ้นมาใช้ห้อยถ่วงน้ำหนักบนหลังของล่อเพื่อทดแทนน้ำหนักของสินค้าที่ขายไปแล้วในช่วงขากลับ เมื่อกลับถึงบ้านเขาจึงพบว่า หินก้อนนั้นคือหยกคุณภาพดีที่เขาไม่เคยพบเห็น มาก่อน หลังจากข่าวนี้เลื่องลือออกไป บรรดาพ่อค้าชาวจีนและนักแสวงโชคทั้งหลายจึงพากันเดินทางเข้าไปในรัฐคะฉิ่นเพื่อตามหาแหล่งกำเนิดหยกล้ำค่า แต่พวกเขาก็ไม่สามารถค้นหาคำตอบที่ต้องการได้ เพราะชาวคะฉิ่นเจ้าของพื้นที่ไม่มีใครยอมบอกความลับเหล่านี้เป็นเวลานาน จนกระทั่งชนชาติพม่าได้ขยายอาณาจักรเข้าไปในรัฐคะฉิ่น

 ปัจจุบัน เมืองมูกองจัดเป็นศูนย์กลางการซื้อขายหยกที่สำคัญ โดยหยกจากเหมืองต่างๆ จะถูกนำมาขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่ตลาดแห่งนี้ หลังจากนั้นจึงถูกส่งไปขายยังประเทศจีนและประเทศอื่นๆ เพราะชาวจีนรุ่นหลังเลือกรอซื้อหยกที่พ่อค้านำออกมาจากรัฐคะฉิ่นมากกว่าการเสี่ยงชีวิตเข้าไปเอาหยกออกมาจากเหมืองด้วยตนเอง

 โมก๊อกและเมืองสู้ แหล่งพลอยหลากสี

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อนสมัยที่อาณาจักรไทยใหญ่ยังปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้า    นักล่าสัตว์ชาวไทยใหญ่สามคนได้ค้นพบแหล่งทับทิม (Ruby) หรือ หินสีแดงที่สวยที่สุดในโลกด้วยความบังเอิญ หลังจากที่พวกเขาหลงทางในป่าและสร้างที่พักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขามองเหลือบไปเห็นก้อนหินสีแดงสวยสดมากมายปะปนอยู่ในดินที่ไหลลงมาจากภูเขาใกล้ๆ พวกเขาจึงนำหินสีแดงที่พบกลับไปมอบให้เจ้าฟ้าเมืองมีด ซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดในดินแดนแถบนั้น หลังจากนั้นเจ้าฟ้าจึงสั่งให้สร้างหมู่บ้านขึ้นบริเวณนั้นและเริ่มใช้แรงงานคนขุดเอาหินสีแดงขึ้นมาใช้เป็นเครื่องประดับและเครื่องบรรณาการ บริเวณที่ค้นพบหินสีแดงเหล่านี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยใหญ่ว่า เมืองกึ้ดตามลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งหมายถึง สายน้ำที่ไหลผ่านภูเขาด้านหนึ่งและโผล่ออกอีกด้านหนึ่ง

 เรื่องร่ำลือเกี่ยวกับความงามของทับทิมจากโมก๊อกที่เล่ากันต่อมาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ทับทิมเม็ดงามขนาด 80 กะรัตซึ่งถูกค้นพบในช่วงคริสต์วรรษที่ 17 โดยชาวบ้านชื่องาม็อก(Nga Mauk) เขาได้ถวายทับทิมเม็ดนี้ให้กับกษัตริย์พม่าในเวลานั้น ทับทิมเม็ดนี้จึงถูกเรียกว่าทับทิมงาม็อกตามชื่อของเขา และได้รับคำร่ำลือว่าเป็นทับทิมที่มีความงดงามมากที่สุดของราชวงศ์พม่าเลยทีเดียว ทับทิมงาม็อกเป็นมรดกสืบทอดต่อกันมาจนถึงสมัยพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้าย โดยพระเจ้าธีบอได้ฝากทับทิมเม็ดนี้ ไว้กับนายทหารชาวอังกฤษชื่อว่าพันเอกสลาเดนก่อนลี้ภัยออกนอกประเทศ หลังจากนั้นพระเจ้าธีบอพยายามติดต่อทวงคืน แต่ทางกองทัพอังกฤษแจ้งว่าพันเอกสลาเดนเสียชีวิตไปแล้วในปี พ.ศ. 2453 และไม่มีบันทึกว่าเขาได้มอบทับทิมที่ล้ำค่าชิ้นนี้ให้ใครเก็บรักษาไว้ เรื่องราวของทับทิมเม็ดงามจึงกลายเป็นเพียง เรื่องเล่าสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้

 ชะตากรรมของเหมืองโมก๊อกเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในยุคนายพลเนวิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 25052531 เหมืองทั้งหมดถูกยึดเป็นของรัฐบาลกลาง ไม่มีบริษัทเอกชนใดสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ในยุคต่อมาหลังจากสลอร์ค (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเอสพีดีซี) ยึดอำนาจในปี พ.ศ. 2531 รัฐบาลทหารได้เปิดตลาดการค้าเสรีให้เอกชนและต่างชาติมาลงทุนเข้ามาสัมปทานเหมืองแห่งนี้ เพื่อนำรายได้เข้ามาบำรุงกองทัพ โมก๊อกจึงกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยนักแสวงโชคจากต่างถิ่นและหินสีมากมายก็ถูกขุดขึ้นมาขายสร้างความร่ำรวยให้กับผู้คนจำนวนมาก

แหล่งกำเนิดพลอยหลากสีที่เพิ่งถูกค้นพบไม่นานมานี้อีกหนึ่งแห่ง คือ เมืองสู้ ตั้งอยู่ในเขตรัฐฉานไปทางตะวันออกประมาณ 150 ไมล์และเฉียงไปทางใต้ของเหมืองโมก๊อกเล็กน้อย เหมืองแห่งนี้เพิ่งถูกค้นพบและเปิดให้สัมปทานเมื่อปี พ.ศ. 2534 เล่ากันว่า ก่อนหน้าที่เหมืองแห่งนี้จะถูกค้นพบ ชาวปะหล่อง กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้สังเกตเห็นว่า ดินบริเวณที่พวกเขาทำไร่มีหินหลากสีสวยงามปะปนอยู่ เขาจึงเก็บรวบรวมใส่กระสอบและนำมาขอแลกข้าวสารกับพ่อค้าในตลาด หลังจากพ่อค้านำหินสีเหล่านั้นไปตรวจสอบจึงพบว่าเป็นพลอยมีค่า เมื่อเรื่อง ล่วงรู้ไปถึงรัฐบาลทหาร รัฐบาลจึงสั่งโยกย้ายหมู่บ้านชาวปะปล่องลงมา จากพื้นที่ดังกล่าว และเปิดให้สัมปทานกับบริษัทต่างๆ แทน ปัจจุบัน ชาวปะปล่องจำนวนมากได้กลายเป็นแรงงานรับจ้างตามเหมืองเหล่านี้แทนการได้ครอบครองทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่ตนเป็นผู้ค้นพบ

ทัวร์พม่า อิ่มใจอิ่มบุญ

myanmar-10

การจะไปทัวร์พม่าปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากแล้ว เพราะตอนนี้พม่าเปิดประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมความงามของศาสนสถานได้อย่างเสรี ซึ่งการจะมาทัวร์พม่าด้วยตัวเอง แนะนำให้มาเป็นกลุ่มเพื่อความสะดวกสบาย เพราะประเทศพม่านั้นอาจจะยังเจริญสู้ประเทศอื่นๆ ในเอเชียไม่ได้ การคมนาคมอาจจะยังไม่สะดวกมากนัก หากไปคนเดียวอาจจะลำบากสักหน่อย ซึ่งการจะมาเที่ยวพม่าแบบรู้ลึกซึ้งล่ะก็ สามารถติดต่อทัวร์พม่าโดยเฉพาะจะดีที่สุดค่ะ เพราะชาวพม่าหลาย ๆ คนพูดภาษาไทยได้

               โดยอีกหนึ่งสถานที่ ที่จะแนะนำนี้ยังคงเป็นวัดวาอารามเช่นเคยซึ่งวัดนี้ยังอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ นั่นก็คือวัดชเวนันดอร์ค่ะ สำหรับวัดนี้นั้นเป็นวัดที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลังเลย สร้างโดยพระเจ้ามินดง ได้ทรงสั่งให้รื้อไม้สักทองจากพระราชวังเก่ามาก่อนสร้าง ซึ่งวัดนี้นั้นเป็นวัดที่พระเจ้ามินดงใช้เป็นสถานที่นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรมอีกด้วย ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมความงามโดยช่างชาวมัณฑะเลย์ โดยจะมีการแกสลักปิดทอง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบชมงานศิลปะ งานแกะสลักจริงไม่ควรพลาด

นับว่าวัดนี้เป็นพระราชวังแห่งเดียวที่รอดพ้นจากการถูกระเบิดทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังคาทรงปราสาท 5 ชั้น เป็นเอกลักษณ์ของสกุลช่างมัณฑะเลย์ด้านสถาปัตยกรรม จนมีคำกล่าวว่า พุกามคือสุดยอดของเจดีย์แบบก่ออิฐถือปูน และ มัณฑะเลย์คือที่สุดของงานประดับไม้อันโอ่อ่าอลังการ จึงทำให้วัดชเวนันดอร์แห่งนี้มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของพม่าเลยทีเดียว