Archives for : ท่องเที่ยว

การโทรคมนาคมของลาว

lao-015สวัสดีมิตรรักนักทัวร์ลาวทุกคุณฮะ ถึงแม้ว่าประเทศลาวนั้นอาจจะอาจยังมีสิ่งที่คงไม่พัฒนาหรือเปล่ากำลังเปลี่ยนอยู่บ้างหลายแบบหลายด้านแต่เชื่อไหมครับว่าในเรื่องการสื่อสารพร้อมกับโทรคมนาคมของประเทศลาวนั้นกลับไม่ด้อยไปกว่าประเทศชาติใดๆ ในโลกเลยถึงขนาดที่ว่าประเทศชาติไทยเองก็ยังสู้ไม่ได้เลยครับจนกระทั่งในบทความตอนนี้ฉันมาคุยถึงเรื่องการสื่อสารในลาวกันขอรับ

               หากใครก็ตามที่ได้เคยไปทัวร์ลาวมาแล้วคงจะอาจจะเห็นว่าที่บ้านเมืองลาวนั้นเขามีการสื่อสารที่ทันสมัยโดยเฉพาะในเมืองหลวงของประเทศลาว ที่นั่นมีทั้งสัญญาณโทรศัพท์แบบ 3G พร้อมด้วย 4G อย่างเต็มรูปแบบให้ได้ใช้งานประกอบไปถึงสัญญาณ WIFI ที่รวดเร็วจัดชัดจริงอีกเช่นกัน

               สาเหตุที่การสื่อสารคมนาคมของลาวมีความความรุ่งเรืองนั้นก็เพราะว่าว่าทางรัฐบาลลาวได้มีการเปิดกว้างให้บริษัทเอกชนข้ามชาติได้เข้ามาประมูลสัญญาณโทรศัพท์ของประเทศจนกระทั่งจึงทำให้ประเทศลาวได้บริษัทที่เป็นผู้นำทางด้านโทรคมนาคมระดับโลกมารับใช้โดยมีการตัดแบ่งสัมปทานกับทางรัฐบาลอย่างเป็นธรรมอีกทั้งทางรัฐบาลลาวเองยังมีการติดตาม ควบคุมเพื่อที่จะมูลค่าค่าโทรศัพท์และค่าบริการอินเตอร์เน็ตถูกลงจนคนในประเทศชาติและนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์ลาวสามารถใช้บริการอินเตอร์เน็ตในประเทศชาติของเขาได้ทุกชนชั้นพร้อมทั้งอย่างทั่วถึงอีกด้วยดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่โควตาประชาชนชาวลาวมีอัตราการใช้งานอินเตอร์เน็ตเติมเยอะแยะขึ้นไปในแต่ละปีซึ่งจากการคาดการของบรรดากูรูด้านไอทีทำนายเอาไว้ว่าประเทศลาวจะก็จะก้าวขึ้นแท่นผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตอันดับสองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2015

พิพิธภัณฑ์ SEA Aquarium

singapore-0010

ดังที่ได้เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าประเทศสิงคโปร์นั้นเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศหรือแนวธรรมชาติมากพอๆ กับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นสวนนกจูร่งที่มีทัวร์สิงคโปร์มาเยือนนับแสนรายต่อปี, Night Safari ที่เป็นสวนสัตว์เปิดยามค่ำคืนให้นักท่องเที่ยวมาส่องสัตว์ และล่าสุดทางประเทศสิงคโปร์เขาได้เปิดพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ขึ้นมาเพื่อดูดเงินตราจากนักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์สิงคโปร์ซึ่งก็คือ S.E.A Aqurium นั่นเองครับ

               หากจะอธิบายคำจำกัดความของ S.E.A Aquarium ให้คนไทยได้เห็นภาพชัดเจนที่สุดก็คงประมาณ Ocean World ที่ Siam Paragon หรือบึงฉวากที่สุพรรณบุรีในบ้านเรานั่นแหละครับแต่สำหรับท่องเที่ยวที่ไปทัวร์สิงคโปร์จะรู้จักกันดีในนามของ S.E.A Aqurium ครับ

               ที่ S.E.A Aqurium แห่งนี้ทางประเทศสิงคโปร์เขาวาง Position ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ทางด้านสัตว์น้ำของประเทศโดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยครับ

               จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium แห่งนี้ก็คือเป็นที่รวบรวมสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ กว่า 100,000 ตัว มากกว่า 800 สายพันธุ์ ภายใต้ในแท็งค์น้ำรูปท่อที่บรรจุน้ำไว้มากกว่า 60 ล้านลิตร โดยภายในพิพิธภัณฑ์นั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น 10 โซน และมีชนิดที่อยู่อาศัยแตกต่างกันถึง 49 ชนิด รวมถึงมีสัตว์หายากอย่างปลากกระเบนราหู และฉลามหัวค้อน เป็นตัวชูโรง อีกด้วย

               พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium เปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศได้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 -18.00 .โดยเสียค่าผ่านประตูคนละ 29 เหรียญดอลลาร์สิงคโปร์ครับ

ความรู้เบื้องต้นของทวีปยุโรป

europe-0011สวัสดีครับบรรดานักท่องเที่ยวที่รักในการผจญภัยและการเดินทางทุกท่านสำหรับบทความในชุดนี้ผมจะขอนำทุกท่านไปทัวร์ยุโรปเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากเดิมที่พาทัวร์แต่ประเทศในแถบเอเชียเสียเป็นส่วนใหญ่ซึ่งต้องขอบอกครับว่าการไปทัวร์ยุโรปนั้นนอกจากทัศนียภาพ ความสวยงามที่แปลกหูแปลกตาเราแล้วนั้นเรายังได้รับความรู้ต่างๆ ทางประวัติศาสตร์เพิ่มมากขึ้นจากเดิมอีกด้วย เมื่อพูดเช่นนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะทราบกันแล้วใช่ไหมครับว่าหากเราไปทัวร์ยุโรปเราจะไปเที่ยวสถานที่ใดได้บ้างก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นเราไปทำความรู้จักกันกับทวีปยุโรปในมุมมองกว้างๆ กันก่อนดีกว่าครับ

               ทวีปยุโรปนั้นมีความสำคัญทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานไม่แพ้ทวีปอื่นๆ ในโลก ซึ่งในทางภูมิศาสตร์นั้นยุโรปถือเป็นอนุทวีปหรือทวีปขนาดเล็กที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของมหาทวีปยูเรเชีย ซึ่งมีอาณาเขตทางด้านเหนือติดมหาสมุทรอาร์กติก ทางทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ทางทิศใต้ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและ black sea ส่วนทางด้านตะวันออกนั้นติดเทือกเขายูรัลและทะเลสาปแคสเปียน

ทวีปยุโรปนั้นมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 10,600,000 ตารางกิโลเมตรถือเป็นพื้นที่ๆ เล็กเป็นอันดับสองรองจากทวีปออสเตรเลียแต่ในขณะเดียวกันทวีปยุโรปเองกลับมีจำนวนประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 รองจากทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา โดยมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1 ใน 8 ของประชากรโลกหรือเกือบๆ 800 ล้านคนนั่นเอง

ปัจจุบันทวีปยุโรปได้แบ่ง 4 ภูมิภาคและ 2 รัฐอิสระได้แก่ ยุโรปเหนือ ยุโรปใต้ ยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก โมนาโก และนครรัฐวาติกัน

สถานที่โรแมนติกในเกาหลีสำหรับคนมีความรัก

korea-0011อีกไม่นานก็จะเป็นวันวาเลนไทน์ (Valentine’s Day) กันแล้วและหลายๆคนก็คงกำลังวางแผนไปฉลองความรักกับคนรู้ใจตามสถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆ โดยเฉพาะคนที่กำลังวางแผนเดินทางไปทัวร์เกาหลี หรือฉลองวันวาเลนไทน์ที่ประเทศเกาหลี ทัวร์เกาหลีจึงขอแนะนำสถานที่โรแมนติกในประเทศเกาหลี” ที่เหล่าคู่รักจะต้องไม่พลาดไปเยือนในวันวาเลนไทน์  ส่วนสำหรับใครที่ยังไม่มีคู่จะไปก็ไม่ว่ากัน ทัวร์เกาหลีคิดว่าบางทีเนื้อคู่ของคุณอาจจะได้พบเจอที่เกาหลีก็ได้นะ

  • เกาะนามิ หรือ นามิซอม อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดแสนโรแมนติก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเกาหลีใต้ โดยเกาะนามินั้นตั้งอยู่ที่เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออก 63 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังโด่งดังจากซีรีส์เพลงรักในสายลมหนาว (Winter Love Song) ซึ่งใช้เกาะนามิเป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ และแน่นอนว่าใครที่กำลังมองหาสถานที่บอกรัก หรือสถานที่สวีทหวานกับคนรักในวันวาเลนไทน์ ห้ามพลาด!!เกาะนามิกันเลยทีเดียว
  •  เกาะเชจู (Jeju) เกาะแสนโรแมนติกที่ใครๆต่างใฝ่ฝันว่าต้องไปเยือนให้ได้ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวเกาหลีเองและชาวญี่ปุ่น และบางคนก็เปรียบเกาะเชจูว่ามันเหมือน “ฮาวายของอเมริกา” โดยจุดที่โดดเด่นของเกาเชจู คือ Dolhareubang ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์ท่าทางบอกรักของชาวเกาหลี สำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่บอกรักหรือสถานที่สำหรับสวีทหวานกับคนรักเกาะ  เชจูก็น่าสนใจไม่น้อยเลย
  • โซล ทาวเวอร์ (Seoul Tower) หรือ หอคอยเอ็นโซล (N Seoul Tower) เป็นหอคอยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น”สัญลักษณ์แห่งกรุงโซล” สถานที่แห่งนี้มีความโรแมนติกมากๆ โดยเฉพาะในยามค่ำคืนจะมีผู้คนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นไปบนหอคอย เพื่อไปชมความสวยงามของกรุงโซลในยามค่ำคืน ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยหมู่ดาว นั่นจึงทำให้โซล ทาวเวอร์เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับการบอกรักหรือพาคนรักมาสวีทหวานกันสองต่อสอง
  • พิพิธภัณฑ์ เท็ดดี้ แบร์ เกาะเชจู (Teddy Bear Museum) พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาหมีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งสถานที่บอกรักที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของคนเกาหลี รวมไปถึงเหล่าสาวกคนรักเท็ดดี้ แบร์ นอกจากนี้แล้วพิพิธภัณฑ์ เท็ดดี้ แบร์ยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ เรื่อง Princess Hours หรือ เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา อีกด้วย
  • สถานีรถไฟจียองดองจิน หรือ รถไฟสายโรแมนติก ซีเทรน (Sea Train) เป็นรถไฟที่ได้รับการจดบันทึกลง Guinness Book ว่าเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ใกล้มหาสมุทรมากที่สุด เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากเหล่าคู่รักที่ต้องการเดินทางมาสวีทหวานกันและชื่นชมทิวทัศน์ที่สุดแสนโรแมนติกตลอดสองข้างทางที่รถไฟสายนี้ผ่านด้วยนะ

ว่าแล้วจองตั๋ว แพ็คกระเป๋าไปกับเราชาวทัวร์เกาหลีเลยนะ

ทัวร์พม่าพาคุณละลานตากับอัญมณีที่รัฐคะฉิ่น โมก๊อกและเมืองสู้

Myanmar-011

ขึ้นชื่อว่าอัญมณีแล้วเป็นใครก็ต้องตาลุกวาว วันนี้ทัวร์พม่าจะพาคุณไปเที่ยว 3 สถานที่ ที่มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการค้นพบอัญมณีล้ำค่าในประเทศพม่า ไม่ว่าจะเป็นหยก ทับทิมและพลอยหลากสี  ว่าแล้วทริปนี้ทัวร์พม่า เลยขอแนะนำให้ลูกทัวร์พกเงินติดกระเป๋าไว้เยอะสักหน่อย  เพราะเชื่อว่าหลายท่านคงอดใจซื้ออัญมณีกลับบ้านไม่ได้แน่นอน

 รัฐคะฉิ่น ดินแดนแห่งหยก

รัฐคะฉิ่น ดินแดนเหนือสุดของประเทศพม่ารอยต่อชายแดนจีนและอินเดีย ใต้ผืนดินแห่งนี้มี หินสีเขียว” (Jade) หรือคนไทยเรียกว่า หยกคุณภาพดีที่สุดในโลกฝังตัวอยู่มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล สีเขียวของหยกจากดินแดนแห่งนี้ไล่เรียงเฉดตั้งแต่เขียวอ่อนไปจนถึงเขียวเข้ม เนื้อหยกละเอียดสะท้อนกับแสงจันทร์ยามค่ำคืน บรรดานักค้นหาหยกในอดีตจะลงมืดขุดหาหยกในคืนที่แสงจันทร์ส่องไปทั่วฟ้าเพื่อให้หยกสะท้อนกับแสงจันทร์ ชาวคะฉิ่น ผู้อาศัยอยู่บนแผ่นดินผืนนี้มานานหลายชั่วอายุคนมองเห็นหินสีเขียว เหล่านี้จนชินตา แต่สำหรับคนภายนอกโดยเฉพาะชาวจีน ชนชาติที่มีความเชื่อเกี่ยวกับหยกมากที่สุดกลับรู้สึกตื่นตาตื่นใจเมื่อได้ค้นพบแหล่งหยกล้ำค่าในรัฐคะฉิ่น และยอมเสี่ยงตายเพื่อเข้าไปตามหาก้อนหินสีเขียวเหล่านี้ชาวจีนเริ่มล่วงรู้ว่ารัฐคะฉิ่นมีขุมทรัพย์หยกล้ำค่าซ่อนอยู่เป็นครั้งแรกประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 13 เมื่อพ่อค้าชาวจีนซึ่งเดินทางเข้าไปค้าขายในพื้นที่ชาวคะฉิ่นบังเอิญหยิบก้อนหินสีเขียวก้อนหนึ่งจากป่าข้างทางขึ้นมาใช้ห้อยถ่วงน้ำหนักบนหลังของล่อเพื่อทดแทนน้ำหนักของสินค้าที่ขายไปแล้วในช่วงขากลับ เมื่อกลับถึงบ้านเขาจึงพบว่า หินก้อนนั้นคือหยกคุณภาพดีที่เขาไม่เคยพบเห็น มาก่อน หลังจากข่าวนี้เลื่องลือออกไป บรรดาพ่อค้าชาวจีนและนักแสวงโชคทั้งหลายจึงพากันเดินทางเข้าไปในรัฐคะฉิ่นเพื่อตามหาแหล่งกำเนิดหยกล้ำค่า แต่พวกเขาก็ไม่สามารถค้นหาคำตอบที่ต้องการได้ เพราะชาวคะฉิ่นเจ้าของพื้นที่ไม่มีใครยอมบอกความลับเหล่านี้เป็นเวลานาน จนกระทั่งชนชาติพม่าได้ขยายอาณาจักรเข้าไปในรัฐคะฉิ่น

 ปัจจุบัน เมืองมูกองจัดเป็นศูนย์กลางการซื้อขายหยกที่สำคัญ โดยหยกจากเหมืองต่างๆ จะถูกนำมาขายให้กับพ่อค้าคนกลางที่ตลาดแห่งนี้ หลังจากนั้นจึงถูกส่งไปขายยังประเทศจีนและประเทศอื่นๆ เพราะชาวจีนรุ่นหลังเลือกรอซื้อหยกที่พ่อค้านำออกมาจากรัฐคะฉิ่นมากกว่าการเสี่ยงชีวิตเข้าไปเอาหยกออกมาจากเหมืองด้วยตนเอง

 โมก๊อกและเมืองสู้ แหล่งพลอยหลากสี

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อหลายร้อยปีก่อนสมัยที่อาณาจักรไทยใหญ่ยังปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้า    นักล่าสัตว์ชาวไทยใหญ่สามคนได้ค้นพบแหล่งทับทิม (Ruby) หรือ หินสีแดงที่สวยที่สุดในโลกด้วยความบังเอิญ หลังจากที่พวกเขาหลงทางในป่าและสร้างที่พักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เขามองเหลือบไปเห็นก้อนหินสีแดงสวยสดมากมายปะปนอยู่ในดินที่ไหลลงมาจากภูเขาใกล้ๆ พวกเขาจึงนำหินสีแดงที่พบกลับไปมอบให้เจ้าฟ้าเมืองมีด ซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดในดินแดนแถบนั้น หลังจากนั้นเจ้าฟ้าจึงสั่งให้สร้างหมู่บ้านขึ้นบริเวณนั้นและเริ่มใช้แรงงานคนขุดเอาหินสีแดงขึ้นมาใช้เป็นเครื่องประดับและเครื่องบรรณาการ บริเวณที่ค้นพบหินสีแดงเหล่านี้มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยใหญ่ว่า เมืองกึ้ดตามลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งหมายถึง สายน้ำที่ไหลผ่านภูเขาด้านหนึ่งและโผล่ออกอีกด้านหนึ่ง

 เรื่องร่ำลือเกี่ยวกับความงามของทับทิมจากโมก๊อกที่เล่ากันต่อมาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ทับทิมเม็ดงามขนาด 80 กะรัตซึ่งถูกค้นพบในช่วงคริสต์วรรษที่ 17 โดยชาวบ้านชื่องาม็อก(Nga Mauk) เขาได้ถวายทับทิมเม็ดนี้ให้กับกษัตริย์พม่าในเวลานั้น ทับทิมเม็ดนี้จึงถูกเรียกว่าทับทิมงาม็อกตามชื่อของเขา และได้รับคำร่ำลือว่าเป็นทับทิมที่มีความงดงามมากที่สุดของราชวงศ์พม่าเลยทีเดียว ทับทิมงาม็อกเป็นมรดกสืบทอดต่อกันมาจนถึงสมัยพระเจ้าธีบอ กษัตริย์องค์สุดท้าย โดยพระเจ้าธีบอได้ฝากทับทิมเม็ดนี้ ไว้กับนายทหารชาวอังกฤษชื่อว่าพันเอกสลาเดนก่อนลี้ภัยออกนอกประเทศ หลังจากนั้นพระเจ้าธีบอพยายามติดต่อทวงคืน แต่ทางกองทัพอังกฤษแจ้งว่าพันเอกสลาเดนเสียชีวิตไปแล้วในปี พ.ศ. 2453 และไม่มีบันทึกว่าเขาได้มอบทับทิมที่ล้ำค่าชิ้นนี้ให้ใครเก็บรักษาไว้ เรื่องราวของทับทิมเม็ดงามจึงกลายเป็นเพียง เรื่องเล่าสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้

 ชะตากรรมของเหมืองโมก๊อกเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในยุคนายพลเนวิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 25052531 เหมืองทั้งหมดถูกยึดเป็นของรัฐบาลกลาง ไม่มีบริษัทเอกชนใดสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ ในยุคต่อมาหลังจากสลอร์ค (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นเอสพีดีซี) ยึดอำนาจในปี พ.ศ. 2531 รัฐบาลทหารได้เปิดตลาดการค้าเสรีให้เอกชนและต่างชาติมาลงทุนเข้ามาสัมปทานเหมืองแห่งนี้ เพื่อนำรายได้เข้ามาบำรุงกองทัพ โมก๊อกจึงกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยนักแสวงโชคจากต่างถิ่นและหินสีมากมายก็ถูกขุดขึ้นมาขายสร้างความร่ำรวยให้กับผู้คนจำนวนมาก

แหล่งกำเนิดพลอยหลากสีที่เพิ่งถูกค้นพบไม่นานมานี้อีกหนึ่งแห่ง คือ เมืองสู้ ตั้งอยู่ในเขตรัฐฉานไปทางตะวันออกประมาณ 150 ไมล์และเฉียงไปทางใต้ของเหมืองโมก๊อกเล็กน้อย เหมืองแห่งนี้เพิ่งถูกค้นพบและเปิดให้สัมปทานเมื่อปี พ.ศ. 2534 เล่ากันว่า ก่อนหน้าที่เหมืองแห่งนี้จะถูกค้นพบ ชาวปะหล่อง กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้สังเกตเห็นว่า ดินบริเวณที่พวกเขาทำไร่มีหินหลากสีสวยงามปะปนอยู่ เขาจึงเก็บรวบรวมใส่กระสอบและนำมาขอแลกข้าวสารกับพ่อค้าในตลาด หลังจากพ่อค้านำหินสีเหล่านั้นไปตรวจสอบจึงพบว่าเป็นพลอยมีค่า เมื่อเรื่อง ล่วงรู้ไปถึงรัฐบาลทหาร รัฐบาลจึงสั่งโยกย้ายหมู่บ้านชาวปะปล่องลงมา จากพื้นที่ดังกล่าว และเปิดให้สัมปทานกับบริษัทต่างๆ แทน ปัจจุบัน ชาวปะปล่องจำนวนมากได้กลายเป็นแรงงานรับจ้างตามเหมืองเหล่านี้แทนการได้ครอบครองทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่ตนเป็นผู้ค้นพบ

เรียนรู้สภาพอากาศและศาสนา ศิลปวัฒนธรรมเนปาล

Nepal-15ในบรรดาของนักท่องเที่ยวที่แสวงหาสถานที่สวยงามนั้น หนึ่งในนั้นก็จะมีกลุ่มของนักประวัติศาสตร์หรือผู้ที่สนใจศึกษาความเป็นมา วิถีชีวิตของชาวเนปาลรวมอยู่ด้วย  หลายครั้งหลายหนที่เราจะเห็นนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็กเดินทางมุ่งหน้าไปตามหมู่บ้านเล็กแทนที่จะท่องเที่ยวหรูหราในเมืองใหญ่ เพราะพวกเขาต้องการศึกษาเนื้อแท้ในแง่ของชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเนปาล   เราชาวทัวร์เนปาลเลยขอเล่าแบบย่อๆให้คุณพอเข้าใจสภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของพวกเขา

สภาพอากาศ

 สภาพอากาศในประเทศเนปาลแตกต่างไปตามลักษณะภูมิประเทศ ตั้งแต่ลักษณะภูมิอากาศเขตร้อนไปถึงแบบอาร์กติก ซึ่งขึ้นอยู่กับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล ตัวอย่างเช่น เขตเตไรซึ่งอยู่ใต้เขตร้อนของประเทศมีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น เขตพื้นที่ภาคกลางนั้นมีอากาศดีเกือบตลอดปีถึงแม้ช่วงกลางคืนของฤดูหนาวจะเย็นก็ตาม ส่วนในเขตภูเขาทางตอนเหนือที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกิน 3,353 เมตร มีสภาพอากาศแบบเทือกเขาสูงที่มีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำในฤดูหนาว

 ประเทศเนปาลมี 4 ฤดูได้แก่

 1. ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) มีอากาศที่อบอุ่น  แต่ก็อาจจะมีฝนตกประปราย อุณหภูมิสูงสุด 30 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส

 2. ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) มีอากาศอบอุ่นถึงร้อนแต่ก็มีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม อุณหภูมิสูงสุด 29 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 19 องศาเซลเซียส

 3. ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) มีอากาศอบอุ่นและเย็นในบางเวลา ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะกับการเดินเขาเป็นอย่างยิ่ง อุณหภูมิสูงสุด 28 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส

 4. ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) มีอากาศเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า และมีหมอกหนา ยกเว้นในช่วงที่มีแสงจากดวงอาทิตย์อากาศจะอบอุ่น อุณหภูมิสูงสุด 19 องศาเซลเซียส ต่ำสุด 2 องศาเซลเซียส

 ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

 ศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลักในประเทศเนปาล โดยมีชาวเนปาลที่นับถือศาสนาฮินดู 80.6% และศาสนาพุทธ (นิกายมหายาน) 10.7% ศาสนาทั้งสองมีความเกี่ยวพันกันเนื่องจากความเคารพนับถือที่ชาวเนปาลมีต่อเทพต่างๆ และการเฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆที่เหมือนกันของทั้งศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธ นอกจากนี้ชาวเนปาลยังนับถือศาสนาอิสลาม 4.2% Kirant 3.6% และอีก 0.9% นับถือศาสนาอื่นๆ

 สถาปัตยกรรมที่งดงามและตกแต่งเจดีย์รูปแบบเนปาลที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ทำจากทองเหลืองและหินที่สวยงาม วัดและสถูปได้รับการสร้างจากงานแกะสลักไม้ งานช่างเหล็กและงานปั้นหิน ลักษณะเด่นเหล่านี้ทำให้ประเทศเนปาลมีภาพลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และวิจิตรงดงาม ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อของชาวเนปาลในแต่ละท้องถิ่นนั้นมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น บริเวณที่ติดกับจีนด้านทิเบตก็จะคล้ายชาวทิเบต พวกที่อยู่ติดกับอินเดียก็จะคล้ายชาวอินเดีย เป็นต้น

ถึงเวลามาสัมผัส..มัลดีฟส์กันแล้ว

maldives-16

..มัลดีฟส์  ถึงจะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในทวีปเอเชีย แต่ความงดงามของท้องทะเล รวมถึงธรรมชาติต่าง ๆ ทำให้เกาะเล็ก ๆ นี้ มีชื่อเสียงไกลไปทั่วโลก อาจเพราะล้อมรอบด้วยท้องทะเลและท้องฟ้าสีคราม เหมือนดั่งสรวงสรรค์บนมหาสมุทร  เราชาวทัวร์มัลดีฟส์เลยขอพาทุกท่านไปชมความสวยงาม พร้อมกับทำความรู้จักกับ “มัลดีฟส์” เกาะที่ได้รับฉายาว่า…ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย กันจ้า

          มัลดีฟส์ (Maldives) หรือ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย และทางตะวันตกของศรีลังกา มีพื้นที่ 300 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการัง 26 กลุ่ม (atoll) รวม 1,190 เกาะ มีประชากรอาศัยอยู่เพียงประมาณ 200 เกาะ และได้รับการพัฒนาเป็นโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 74 เกาะ มีเมืองหลวงของมัลดีฟส์ ชื่อ มาเล่ ซึ่งชนพื้นเมืองพวกแรกที่อาศัยอยู่ในมัลดีฟส์ตั้งแต่ก่อนคริสตกาล คือ พวกดราวิเดียน และ สิงหล ซึ่งนับถือศาสนาพุทธ ชาวมัลดีฟส์โบราณจึงนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลัก ต่อมาในคริสต์ศวรรษที่ 12 มัลดีฟส์ได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 99

          ในส่วนของที่พักก็มีให้เลือกหลากหลาย แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนบุคคล รวมถึงกำลังทรัพย์ในกระเป๋า แต่เอกลักษณ์สำคัญของรีสอร์ตในมัลดีฟส์ คือ 1 เกาะเท่ากับ 1 รีสอร์ต จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง และที่สำคัญ หากคุณอยากจะข้ามไปยังเกาะที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางการก่อนทุกครั้ง! ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากไปพักผ่อนอย่างแท้จริง

          และกิจกรรมที่ใคร ๆ ก็ต้องทำหากไปเยือนมัลดีฟส์ นั่นคือ การดำน้ำ มีทั้งดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น โดยเฉพาะการดำน้ำลึก เพื่อชมความงดงามของโลกใต้ทะเล ซึ่งนอกจากโลกของสัตว์น้ำอันน่าตื่นตาแล้ว ใต้ท้องทะเลมัลดีฟส์ ยังมีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ซากเรือเดินทะเลที่อับปางลงในอดีต และกลายมาเป็นแนวปะการังที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำน้อยใหญ่มากมาย ฯลฯ    

          มัสยิด Huskuru Miskiiy หรือ มัสยิดวันศุกร์ เป็นสิ่งก่อสร้างในสมัยคริสศตวรรษที่ 17 โดยสุลต่าน Ibrahim Iskandhar ในปี ค.ศ. 1656 มัสยิดแห่งนี้ใช้ปะการังมาสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ และใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่สำคัญของชาวมัลดีฟมากว่า 400 ปี จนกระทั่งมีการสร้างมัสยิดใหม่ที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลาม ในปี ค.ศ.1984

          ศูนย์วัฒนธรรมอิสลาม เป็นศูนย์ขนาดใหญ่และสำคัญของเมืองมาเล ลักษณะอาคารมีโดมสีทองขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของศาสนาอิสลาม, ทำเนียบประธานาธิบดี Mulee-aage เป็นพระราชวังเก่าสร้างในปี ค.ศ.1906 โดยสุลต่าน Mohamed Shamsuddeen III ถูกใช้เป็นบ้านของประธานาธิบดีระหว่างปี ค.ศ. 1953 – 1994 หลังจากมีการสร้างที่พักใหม่ให้ประธานาธิบดี ที่นี่จึงใช้เป็นสถานที่ทำงาน หรือทำเนียบของประธานาธิบดี และ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติมัลดีฟส์ ตั้งอยู่ที่ Sultan’s Park อาคารที่ใช้เป็นพระราชวังเก่า เปิดให้ชมทุกวันระหว่างเวลา 9.00 – 11.40 และ 15.00 – 17.40 ยกเว้นวันศุกร์ และวันหยุดราชการ เป็นต้น

          ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปท่องเที่ยวมัลดีฟส์ คือ ช่วงฤดูร้อน ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน และโดยเฉพาะตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศร้อนและแห้งที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนเป็นฤดูที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน ทำให้มีพายุฝนกระหน่ำอยู่บ่อย ๆ ซึ่งช่วงนี้ราคาค่าที่พักจะถูกลงกว่าช่วงอื่น ๆ ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนและช่วงต่อระหว่างมีนาคมกับเมษายน ถูกจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความพิเศษในตัวของมันเอง เพราะเชื่อกันว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของลมมรสุมซึ่งจะทำให้น้ำทะเลใสเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำโดยเฉพาะ

แบบสำรวจที่น่าสนใจของประเทศนิวซีแลนด์

NewZealand-16สำหรับประเทศนิวซีแลนด์แล้วโดยส่วนตัวผมคิดว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุดในอุดมคติของผมเพราะนอกจากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศนิวซีแลนด์ที่มีครบครันแล้ว นิวซีแลนด์ก็ยังมีสิ่งต่างๆ ที่ชวนให้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะวัยรุ่นหรือคนชรา ไม่ว่าชายหรือหญิงต่างล้วนแล้วแต่ปรารถนาที่จะต้องไปทัวร์นิวซีแลนด์ให้ได้สักครั้งหนึ่งหากมีโอกาสโดยทางประเทศนิวซีแลนด์เขาได้ทำการวิจัยและสรุปผลเกี่ยวกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาทัวร์ยังประเทศของเขาไว้น่าฟังดังนี้ครับ

               จากการสำรวจขององค์การการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์นั้นพบว่าคนที่ไปทัวร์นิวซีแลนด์ส่วนใหญ่จะเป็นคนแถบเอเชียมากกว่ายุโรปโดยคนที่ไปทัวร์นิวซีแลนด์นั้นกว่า 50% ที่ไปเพื่อพักผ่อนท่องเที่ยว 30% ไปเพื่อศึกษาต่อและอีก 10% ไปทัวร์นิวซีแลนด์เพื่อการอื่นๆ สำหรับความถี่ในการไปเยือนนิวซีแลนด์นั้นคนที่ไปแล้วมักจะกลับไปเที่ยวซ้ำอีกโดยเฉลี่ยอยู่ที่คนละ 2 ครั้งซึ่งนั่นหมายความว่ามีความประทับใจในประเทศนิวซีแลนด์จึงกลับไปเที่ยวอีกครั้ง

               จุดที่น่าสนใจของการสำรวจความพึงพอใจของการไปเที่ยวนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ส่งผลให้เห็นว่าประเทศนิวซีแลนด์กำลังเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันด้วยว่าคนที่ไปที่นั่นสามารถไปเพื่อทำความประสงค์ของตนตามต้องการไม่ว่าจะเป็นไปเที่ยว ไปทำงาน ไปเพื่อการศึกษาหรือแม้แต่ไปเพื่อการอื่นๆ ก็ตามแต่อย่างไรก็ดีทางสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมของทางนิวซีแลนด์เองต่างก็กังวลว่าการที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนประเทศเขามากๆ อาจะทำให้ระบบนิเวศวิทยาของประเทศเสียสมดุลได้

มารู้จักรัสเซียก่อนจะไปทัวร์กันเถอะ

russia-15

สำหรับคนที่อยากจะไปทัวร์รัสเซียนั้น คุณเคยทราบเรื่องราวของประเทศรัสเซียมาก่อนหรือไม่ ฉะนั้นก่อนที่จะไปทัวร์รัสเซียแบบสนุก ๆ มาดูเรื่องราวความเป็นมาของประเทศนี้กันก่อนดีกว่า เพราะมีเรื่องราวน่าสนใจเยอะทีเดียวแหละ เดิมที่ประเทศรัสเซียนั้นคือสหภาพโซเวียตที่ปกครองโดยระบบคอมมิวนิสต์ โดยในสมัยนั้นมีเกิดการสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ทั้งทหารและประชาชนชาวรัสเซียเมื่อพ่ายแพ้ต่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ทั้งยังมีการจลาจลเกิดขึ้นจากการล้มล้างระบบซาร์ ได้มีการจัดตั้งคณะรัฐบาลขึ้นเฉพาะกิจ และต่อมาก็ได้มีการปฏิวัติยึดอำนาจกันเรื่อยมา เหตุจากการขาดสิทธิเสรีภาพทำให้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัยฮิตเลอร์ได้ส่งล้อมมอสโกเอาไว้ โดยเฉพาะที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั้นถูกปิดล้อมไว้นานถึง 900วันเลยทีเดียวโดยชาวรัสเซียได้ตั้งชื่อสงครามครั้งนั้นเอาไว้ว่า The Great Patriotic War

               โดยภายหลังเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายนั้น การเมื่อในรัสเซียก็ยังไม่คงที่ เนื่องจากเกิดการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างกลุ่มทำให้การเมืองมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ต่อมาได้มีการก่อรัฐประหารสำเร็จ นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมมูญที่ให้อำนาจสูงสุดแก่ประธานาธิบดีแบบในปัจจุบัน ทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียมีสภาพคล่องมากขึ้น จากประวัติอันโชคโชนของประเทศรัสเซียนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าหากใครได้ไปเที่ยวรัสเซียแล้วล่ะก็ จะต้องบอกกันซะทุกรายว่า ชาวรัสเซียไม่ยิ้มแย้มซะเลยนั่นเพราะว่า การยิ้มของชาวรัสเซียนั้นจะไม่ทำบ่อยครั้ง พวกเขาจะยิ้มให้กับเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ นั่นเอง แต่ใช่ว่าคนรัสเซียไม่เป็นมิตรนะ หากได้ลองรู้จักแล้วล่ะก็พวกเขาเป็นชนชาติที่มีความจริงใจเต็มเปี่ยมเลย